THAI CLIMATE JUSTICE for All

ครัวแห่งภาคใต้ไม่ได้หายไปในชั่วข้ามคืน แต่มันกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไป ในแบบที่เราอาจยังมองไม่เห็น

ครัวแห่งภาคใต้ไม่ได้หายไปในชั่วข้ามคืน แต่มันกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไป ในแบบที่เราอาจยังมองไม่เห็น

เพราะสิ่งที่หล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้ ไม่ได้อยู่แค่ในอาหาร หากแต่อยู่ใน “ระบบ” ที่ซ้อนทับกันอยู่เบื้องหลัง ทั้งทะเลที่เป็นแหล่งโปรตีนหลัก ป่าชายเลนที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ ระบบน้ำที่เชื่อมโยงภูเขากับชายฝั่ง และรูปแบบการใช้ที่ดินที่ยังเปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายทางชีวภาพดำรงอยู่ได้

ระบบอาหารในพื้นที่จึงไม่ใช่เพียงกระบวนการผลิต หากเป็นโครงสร้างของความอุดมสมบูรณ์ที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องของทรัพยากรหลายส่วนทำงานร่วมกัน สิ่งนี้เรียกว่า ecosystem services ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตอาหาร การควบคุมคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ในพื้นที่ ชุมพร และ ระนอง โครงสร้างนี้ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรม อ่าวไทยและทะเลอันดามันทำหน้าที่เป็นฐานทรัพยากรทางทะเล ป่าชายเลนช่วยเพิ่มอัตราการรอดของสัตว์น้ำวัยอ่อน พื้นที่ชุ่มน้ำและระบบน้ำจืดสนับสนุนการเกษตรบนบก

ขณะที่สวนผสมและเกษตรกรรมรายย่อยช่วยกระจายความเสี่ยงของระบบอาหารในภาพรวม ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้ระบบอาหารของภาคใต้ยังคงมี “resilience” หรือความสามารถในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง แม้จะเผชิญแรงกดดันจากตลาดและสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนมากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้นจาก Southern Economic Corridor หรือ SEC ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ที่มุ่งยกระดับพื้นที่ภาคใต้ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค SEC จึงไม่ใช่โครงการเดียว

หากเป็น “กรอบใหญ่” ที่รวมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายประเภทเข้าด้วยกัน ทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระบบราง ทางหลวงพิเศษ ศูนย์โลจิสติกส์ พื้นที่อุตสาหกรรม และการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทของภาคใต้จากพื้นที่ฐานทรัพยากร ไปสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโลกการค้าสองฝั่งทะเลเข้าหากัน

ภายใต้กรอบของ SEC นี้เอง Land Bridge Thailand ถูกผลักดันขึ้นในฐานะ “หัวใจหลัก” ของยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยโครงการแลนด์บริดจ์มีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มุ่งเชื่อมการขนส่งสินค้าระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ผ่านการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสองฝั่งในจังหวัดชุมพรและระนอง

เชื่อมต่อด้วยระบบรางและทางหลวงระยะทางประมาณ 90–100 กิโลเมตร พร้อมคลังสินค้า เขตพาณิชยกรรม และพื้นที่อุตสาหกรรมสนับสนุน เป้าหมายหลักของแลนด์บริดจ์คือการลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก โดยไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีความหนาแน่นสูงที่สุดในโลก

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง SEC คือ “ภาพใหญ่” ของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้ ขณะที่แลนด์บริดจ์คือ “กลไกหลัก” ที่จะทำให้ภาพใหญ่นั้นเกิดขึ้นจริง และเมื่อโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเศรษฐกิจโลก พื้นที่ที่เคยทำหน้าที่เป็นฐานทรัพยากรและระบบอาหาร จึงเริ่มถูกจัดวางใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม

แม้จุดศูนย์กลางของโครงการจะอยู่ที่ชุมพรและระนอง แต่ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงสองจังหวัด เพราะระบบนิเวศและระบบอาหารของภาคใต้เชื่อมโยงถึงกันทั้งภูมิภาค

จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และ สตูล ต่างมีเศรษฐกิจและวิถีชีวิตที่พึ่งพาทรัพยากรชายฝั่ง การประมง และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติร่วมกัน ขณะที่จังหวัดฝั่งอ่าวไทยอย่าง สงขลา พัทลุง และ ปัตตานี ก็เชื่อมโยงกับระบบประมงและการกระจายทรัพยากรอาหารทะเลในระดับภูมิภาคเช่นเดียวกัน

เมื่อเส้นทางเศรษฐกิจใหม่เริ่มดึงทรัพยากร น้ำ พื้นที่ชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานเข้าสู่ระบบโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ แรงกดดันจึงอาจกระจายตัวออกไปทั้งห่วงโซ่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของมลพิษทางทะเล การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน หรือแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศชายฝั่งที่เคยเป็นฐานของอาหารและเศรษฐกิจท้องถิ่น

งานศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการประเมินผลกระทบ (EIA) เองก็ชี้ชัดว่า การพัฒนาในลักษณะนี้มีแนวโน้มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในวงกว้าง การรบกวนระบบนิเวศชายฝั่ง การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน รวมถึงแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำและคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เมื่อโครงสร้างของพื้นที่เปลี่ยน โครงสร้างของทรัพยากรก็เปลี่ยนตาม และเมื่อทรัพยากรเปลี่ยน ระบบอาหารก็ไม่อาจคงเดิมได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การขาดแคลนอาหารในทันที หากเป็นการค่อย ๆ ลดทอนของ “ฐานการผลิต” ที่ระบบอาหารพึ่งพาอยู่

ป่าชายเลนที่ลดลงส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารทางทะเล ระบบน้ำที่ถูกรบกวนกระทบต่อการเกษตรบนบก และการขยายตัวของกิจกรรมอุตสาหกรรมเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อองค์ประกอบหนึ่งของระบบถูกเปลี่ยน องค์ประกอบอื่นย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วยในลักษณะลูกโซ่

ภาพเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น

กรณีของ Eastern Economic Corridor หรือ EEC โครงการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภาคตะวันออก ได้ทำให้เห็นแล้วว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้จริง แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน คุณภาพน้ำ มลพิษอุตสาหกรรม และแรงกดดันต่อทรัพยากรในพื้นที่

จนเกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสมดุลระหว่างการพัฒนาและความยั่งยืนในระยะยาว กรณีดังกล่าวจึงไม่ใช่คำตอบ หากเป็น “บทเรียน” ที่สะท้อนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจมักมาพร้อมต้นทุนที่ไม่ปรากฏอยู่ในตัวเลข GDP

คำถามเดียวกันนี้กำลังถูกย้ายมายังภาคใต้ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง เสียงของชาวประมงพื้นบ้าน กลุ่มอนุรักษ์ นักวิชาการ และประชาชนในพื้นที่ก็เริ่มดังขึ้น หลายคนเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูล การประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ก่อนที่ภูมิทัศน์ของภาคใต้จะถูกเปลี่ยนไปอย่างถาวร เพราะสิ่งที่ผู้คนกังวล อาจไม่ใช่เพียงเรื่องท่าเรือหรือถนน แต่คือการสูญเสียฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตและระบบอาหารของทั้งภูมิภาค

ระบบอาหารของภาคใต้จึงไม่ใช่เพียงกลไกทางเศรษฐกิจ หากเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร (food security) และความสามารถในการพึ่งพาตนเองของผู้คน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเราควรพัฒนาหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เมื่อทรัพยากรถูกเปลี่ยนไปแล้ว เราจะยังสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ที่เคยหล่อเลี้ยงภาคใต้นี้ไว้ได้มากเพียงใด

ในวันที่ความอุดมสมบูรณ์ไม่อาจทำงานได้เหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไป อาจไม่ใช่แค่ภูมิประเทศ แต่คือเงื่อนไขพื้นฐานของการมีอาหารในสังคมนี้เอง


เอกสารอ้างอิง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (Land Bridge). สืบค้นจาก https://www.nesdc.go.th/

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2566). โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Land Bridge). สืบค้นจาก https://www.otp.go.th/

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก. (2565). แผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC). สืบค้นจาก https://www.eeco.or.th/

Millennium Ecosystem Assessment. (2005). Ecosystems and Human Well-being: Synthesis. สืบค้นจาก https://www.millenniumassessment.org/en/index.html

Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2023). The State of Food Security and Nutrition in the World 2023. สืบค้นจาก https://www.fao.org/publications/sofi/2023/en/

Barbier, E. B. (2016). The protective service of mangrove ecosystems: A review of valuation methods. Marine Pollution Bulletin. สืบค้นจาก https://www.sciencedirect.com/…/pii/S0025326X1630020X

Scroll to Top