
เมื่อกว่า 170 ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ องค์กรสิทธิ ศิลปินและนักเคลื่อนไหว ส่งจดหมายถึงรัฐบาลทั่วโลก ก่อน COP30 “ถ้าไม่ยุติฟอสซิล ก็เท่ากับปล่อยให้คนตาย”
การประชุม COP30 ที่เมืองเบเล็ม ประเทศบราซิล (พฤศจิกายน 2025) ถูกคาดหวังว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของประเด็น “สิทธิชนพื้นเมือง” และ “การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม” แต่ท่ามกลางวาระด้านพลังงาน การเงิน และการลดคาร์บอน ปรากฏว่ามีอีกหนึ่งประเด็นที่กำลังขยับขึ้นมาเป็น “แกนกลางใหม่” ของการต่อสู้เชิงนโยบาย นั่นคือ สุขภาพของมนุษย์ในฐานะผลกระทบตรงจากการล้มเหลวของระบบภูมิอากาศโลก
หลักฐานใหม่ที่ชัดเจนที่สุดคือ จดหมายเปิดผนึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ องค์กรสิทธิมนุษยชน เครือข่ายเยาวชน บุคลากรสาธารณสุข และศิลปินกว่า 170 ราย/องค์กร ที่ประกาศต่อรัฐบาลทั่วโลกว่า
“วิกฤตภูมิอากาศไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับโลก (Global Public Health Emergency)”¹ จดหมายดังกล่าวถูกส่งตรงถึงรัฐมนตรีสาธารณสุขและผู้กำหนดนโยบายกว่า 50 ประเทศ ก่อนการเริ่มต้น COP30 โดยมีเป้าหมายชัดเจน — ให้สุขภาพกลายเป็น “หัวใจ” ของกรอบเจรจาภูมิอากาศ ไม่ใช่เพียงประเด็นประกอบหรือหัวข้อคู่ขนานเหมือน COP ที่ผ่านมา
“สุขภาพ” จึงกลายเป็นประเด็นหลักของ COP30 เพราะทุกตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสุขภาพ ไม่ใช่อนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นแล้ว การเผาไหม้ฟอสซิลเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกว่า 8 ล้านรายต่อปีทั่วโลก²
มลพิษทางอากาศทำให้มีผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือด และระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คลื่นความร้อน น้ำท่วม ไฟป่า และการล่มสลายของระบบอาหาร ส่งผลต่อเด็ก คนจน ผู้สูงอายุ และชนพื้นเมืองมากที่สุด³ สุขภาพจิตกำลังกลายเป็น “บาดแผลภูมิอากาศ” ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน⁴
ดังนั้นจดหมายเปิดผนึกจึงตั้งคำถามกลับไปที่รัฐบาลทุกประเทศว่า
“คุณกำลังวางนโยบายภูมิอากาศเพื่อปกป้องตัวเลข GDP หรือเพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์” แผน “Belém Health Action Plan” (BHAP) ก้าวสำคัญ หรือแค่เอกสารสวยงาม ใน COP30 มีแผนสำคัญที่จะถูกเสนอคือ Belém Health Action Plan (BHAP) ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยกระทรวงสาธารณสุขบราซิลและ WHO เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขของโลกให้รับมือสภาพภูมิอากาศได้อย่างยืดหยุ่น
แต่ผู้ลงนามในจดหมายเตือนว่า หาก BHAP ยังไม่ยอมระบุว่า “ฟอสซิลคือภัยคุกคามสุขภาพ” และยังไม่ผูกมัดกับทรัพยากรจริงสำหรับชุมชนแนวหน้า ก็จะเป็นเพียง “เอกสารที่ดีแต่ไม่มีฟัน”⁵ ความน่าสนใจของจดหมายฉบับนี้ คือมันไม่ได้มาจากภาควิชาการเพียงลำพัง แต่เป็นแนวร่วมกว้างตั้งแต่แพทย์และพยาบาล ไปจนถึงนักกิจกรรมเยาวชนและผู้สร้างภาพยนตร์ เช่น
- Médecins Sans Frontières (MSF – หมอไร้พรมแดน)
- Amnesty International
- Public Services International (สหภาพแรงงานภาครัฐกว่า 700 สหภาพ)
- Global Climate and Health Alliance
- Alliance of Nurses for Healthy Environments
- นักกิจกรรมเยาวชนอย่าง Vanessa Nakate, Disha Ravi, Luisa Neubauer
- Adam McKay ผู้กำกับ Don’t Look Up
- ทีมผู้สร้างสารคดี My Planet Now ซึ่งจะฉายในช่วง COP30 เพื่อใช้ “พลังเรื่องเล่า” กดดันรัฐบาล
กล่าวได้ว่า นี่เป็น การรวมกันของผู้รักษาชีวิต (สุขภาพ) กับผู้รักษาโลก (ภูมิอากาศ) เสียงหลักจากจดหมาย สิ่งที่รัฐบาล “ต้องทำ” ถ้ายังถือว่าชีวิตมนุษย์มีความหมาย
จดหมายระบุข้อเรียกร้องสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่
1. ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นธรรม (Fossil fuel phase-out with justice)
2. จัดสรรเงินทุนโดยตรงให้กับชุมชนและระบบสุขภาพแนวหน้า
3. กันนโยบายด้านสุขภาพและภูมิอากาศจากอิทธิพลของบรรษัทพลังงาน
4. บูรณาการสุขภาพเป็นเกณฑ์หลักของทุกนโยบายภูมิอากาศ ตั้งแต่คมนาคมถึงอาหาร
5. ฝังหลักคิด Planetary Health ในการศึกษา ฝึกอบรม และระบบสาธารณสุขทั่วโลก
ไม่มีถ้อยคำประนีประนอม เช่น “ลดการพึ่งพาฟอสซิล” หรือ “ใช้พลังงานผสม”
พวกเขาพูดตรงไปตรงมาว่า
“การคงอยู่ของฟอสซิล เท่ากับการคงอยู่ของความเจ็บป่วยและการตายที่หลีกเลี่ยงได้”
เครือข่าย Fridays for Future และขบวนการเยาวชนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเธอ ได้ประกาศ “Global Climate Strike” วันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งตรงกับช่วง COP30 โดยปีนี้มีการยกระดับคำขวัญจาก
“คุณกำลังขโมยอนาคตของเรา” “คุณกำลังฆ่าผู้คนวันนี้”
จากเรื่อง “อนาคต” สู่ “ชีวิตกำลังสูญเสียในปัจจุบัน”
นั่นคือการเปลี่ยนกรอบจาก climate policy สู่ public health emergency
สิ่งที่รัฐไทยควรเรียนรู้
ไทยยังไม่มีนโยบายภูมิอากาศที่ตั้งอยู่บนฐาน “สิทธิด้านสุขภาพ”
ระบบสาธารณสุขของไทยยังไม่ถูกออกแบบให้รับมือคลื่นความร้อน วิกฤตอาหาร มลพิษแบบเรื้อรัง
กลุ่มเสี่ยงสูงอย่างแรงงานกลางแจ้ง เกษตรกร ชุมชนชาติพันธุ์ เด็ก และผู้สูงอายุ ถูกละเลยเชิงนโยบาย
การบูรณาการ “สุขภาพ สิทธิชุมชน ภูมิอากาศ” ยังไม่มีในระดับยุทธศาสตร์ชาติ
กล่าวอีกแบบ ขณะที่โลกเริ่มมองภูมิอากาศแบบ “สุขภาพต้องมาก่อน” ประเทศไทยยังจัดวางเรื่องสุขภาพไว้ “ท้ายสุด” ของนโยบายสภาพภูมิอากาศ
COP30 จะถูกจดจำแบบไหน เวทีที่วางชีวิตมนุษย์เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจเชิงภูมิอากาศ หรือเวทีที่ปล่อยให้บรรษัทพลังงานมีน้ำหนักมากกว่าคนที่กำลังป่วยและตาย
และคำถามสุดท้ายที่จดหมายถามรัฐบาลทั่วโลกก็คือ “ถ้าคุณไม่เลือกปกป้องสุขภาพมนุษย์ แล้ว COP มีไว้เพื่อใคร”
เชิงอ้างอิง
¹ จดหมายเปิดผนึก “Healthy Planet Now”, Think-Film Impact Production, 2025
² WHO: Air Pollution and Health, 2023
³ IPCC AR6, Working Group II – Impacts, 2022
⁴ Lancet Countdown on Health & Climate Change, 2024
⁵ Global Climate and Health Alliance – Statement on BHAP, Oct 2025