THAI CLIMATE JUSTICE for All

บทความเรื่อง : โปรตีนพืชในโลกยุควิกฤตภูมิอากาศ ใครกำลังกำหนดอนาคตของอาหาร

บทความโดย : กฤษฎา บุญชัย เลขาธิการ สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
graphic design : ไครียะห์ ระหมันยะ
communication officer Thai Climate Justice for All

วันนี้ สังคมโลกกำลังค้นพบ “โปรตีนพืช” อีกครั้งภายใต้บริบทใหม่ของวิกฤตภูมิอากาศ ตลาดอาหารจากพืช (plant-based) ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าประมาณ 2–2.3 ล้านล้านบาทในช่วงปี 2025–2026 และหลายสำนักคาดว่าจะขยายตัวแตะระดับ 4.3–6.5 ล้านล้านบาทภายในทศวรรษหน้า ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 10–14% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก บริษัทอาหารข้ามชาติ ธุรกิจเทคโนโลยีอาหาร และนักลงทุนด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ กำลังแข่งขันกันพัฒนาเนื้อจากพืช โปรตีนสังเคราะห์ และอาหารแห่งอนาคตในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่เงินลงทุนจำนวนมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกและอาหารแห่งอนาคต (Reuters, 2026; GFI, 2025)

กระแสนี้เติบโตขึ้นพร้อมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 14.5 % ของการปล่อยทั้งหมดจากกิจกรรมมนุษย์ และใช้พื้นที่เกษตรกรรมของโลกประมาณ 77 % แม้จะให้พลังงานทางอาหารแก่โลกเพียงประมาณ 18 % เท่านั้น (FAO, 2013; Poore & Nemecek, 2018) หลายประเทศจึงเริ่มสนับสนุนการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ในฐานะส่วนหนึ่งของนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ และระบบอาหารยั่งยืน พร้อมกับการก่อตัวของอุตสาหกรรมอาหารรูปแบบใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทต่ออนาคตของระบบอาหารโลกอย่างรวดเร็ว

งานวิจัยจำนวนมากสนับสนุนทิศทางนี้ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อวัวและผลิตภัณฑ์นม มีส่วนสำคัญต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การตัดป่า การใช้ที่ดิน และการใช้น้ำในระดับสูง (Poore & Nemecek, 2018) กระแสโปรตีนพืชจึงเติบโตขึ้นพร้อมความหวังว่า ระบบอาหารของโลกอาจกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ยั่งยืนมากขึ้น พร้อมกันนั้น ระบบอาหารแบบใหม่ก็กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี เงินลงทุน และอำนาจในการกำหนดว่า อาหารแห่งอนาคตควรมีหน้าตาแบบใด

ระบบอาหารโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา โลกสร้างระบบอาหารขนาดใหญ่ขึ้นบนฐานของพืชเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเคมี เมล็ดพันธุ์เชิงพาณิชย์ และห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ระบบนี้ทำให้มนุษย์ผลิตอาหารได้มากกว่าที่เคยในประวัติศาสตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยอาหารจากทั่วโลกตลอดทั้งปี อาหารจำนวนมหาศาลเดินทางข้ามทวีปผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกทุกวัน

ขณะเดียวกัน ดินจำนวนมากทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรม องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเมินว่า ดินราว 33% ของโลกอยู่ในภาวะเสื่อมโทรมระดับปานกลางถึงรุนแรงจากการใช้ประโยชน์อย่างเข้มข้น การชะล้างพังทลาย และการสูญเสียอินทรียวัตถุในดิน (FAO, 2015) ความหลากหลายทางชีวภาพด้านอาหารลดลงอย่างรวดเร็ว โดยพืชอาหารราว 75% ของความหลากหลายทางพันธุกรรมได้สูญหายไปในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา จากการขยายตัวของเกษตรเชิงเดี่ยวและระบบอาหารอุตสาหกรรม (FAO, 1999)

พร้อมกันนั้น ระบบอาหารโลกกำลังเผชิญความเปราะบางมากขึ้นจากภัยแล้ง คลื่นความร้อน โรคระบาด และความผันผวนของภูมิอากาศ โดยรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรในหลายภูมิภาคของโลกแล้ว และมีแนวโน้มจะกระทบต่อความมั่นคงอาหารรุนแรงขึ้นในอนาคต (IPCC, 2022)

ปัจจุบัน พืชหลักเพียงไม่กี่ชนิดกำลังหล่อเลี้ยงประชากรส่วนใหญ่ของโลก ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด ให้พลังงานแก่ประชากรโลกเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่ความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชอาหารสูญหายไปแล้วประมาณ 75 % ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา (FAO, 1999; FAO, 2019) โลกจึงกำลังมีระบบอาหารที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในเชิงปริมาณ แต่มีความหลากหลายน้อยลงในเชิงนิเวศ การเปลี่ยนผ่านสู่โปรตีนพืชจึงไม่ได้เกิดขึ้นบนพื้นที่ว่างเปล่า แต่มันกำลังเกิดขึ้นภายในโครงสร้างอาหารโลกแบบเดิม ทั้งระบบการผลิต การค้า การลงทุน และการควบคุมเมล็ดพันธุ์

โปรตีนพืชจำนวนมากในตลาดโลก ยังเติบโตอยู่บนตรรกะแบบเดิมของอุตสาหกรรมอาหาร

แม้โปรตีนพืชจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเนื้อสัตว์หลายประเภท แต่การผลิตโปรตีนพืชในระดับอุตสาหกรรมจำนวนมากยังคงอาศัยเกษตรเชิงเดี่ยว การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเข้มข้น และห่วงโซ่อาหารแบบรวมศูนย์

ถั่วเหลืองเป็นตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบโปรตีนอุตสาหกรรม ปัจจุบัน พื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลืองทั่วโลกมีมากกว่า 812 ล้านไร่ หรือมากกว่าพื้นที่ประเทศไทยประมาณ 2 เท่า โดยบราซิลเพียงประเทศเดียวปลูกถั่วเหลืองมากกว่า 287 ล้านไร่ และกลายเป็นผู้ส่งออกถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก (USDA, 2024) ถั่วเหลืองราว 75–80% ของผลผลิตโลกไม่ได้ถูกบริโภคโดยมนุษย์โดยตรง แต่ถูกใช้เป็นอาหารสัตว์ในระบบปศุสัตว์อุตสาหกรรม (WWF, 2022)

การขยายตัวของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองในบราซิลและภูมิภาคเซร์ราโด (Cerrado) จึงเชื่อมโยงกับการตัดป่าและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อาหารจากพืชจำนวนมากในตลาดโลกกลับอยู่ในรูปอาหารแปรรูปขั้นสูงที่ผ่านกระบวนการอุตสาหกรรมซับซ้อน ใช้วัตถุดิบจากพืชไม่กี่ชนิด และพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ในลักษณะเดียวกับระบบอาหารอุตสาหกรรมเดิม พร้อมกับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ที่กำลังไหลเข้าสู่ธุรกิจโปรตีนสังเคราะห์ เนื้อจากห้องแล็บ และกระบวนการหมักแม่นยำทั่วโลก (GFI, 2025)

ทุนจำนวนมหาศาลกำลังเดิมพันว่า อาหารแห่งอนาคตจะถูกออกแบบในห้องแล็บ มากกว่าจะเติบโตจากภูมิประเทศและฤดูกาล ภาพของ “อาหารยั่งยืน” จึงมีความซับซ้อนมากกว่าการเปลี่ยนวัตถุดิบจากสัตว์มาเป็นพืชเพียงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างการผลิต การถือครองเมล็ดพันธุ์ การใช้ที่ดิน และการรวมศูนย์อำนาจในระบบอาหารยังคงมีบทบาทสำคัญต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงอาหารในระยะยาว

พืชตระกูลถั่วพื้นบ้านกำลังสะท้อนอีกแนวทางหนึ่งของอนาคตอาหาร

ในหลายชุมชน พืชตระกูลถั่วไม่ได้เป็นเพียงแหล่งโปรตีนราคาถูก แต่มันคือส่วนหนึ่งของภูมิประเทศ วัฒนธรรมอาหาร และความรู้ด้านการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ถั่วบางชนิดเติบโตได้ดีในพื้นที่แห้งแล้ง บางชนิดปลูกสลับกับพืชอื่นเพื่อฟื้นฟูดิน บางชนิดถูกเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ต่อกันมาหลายรุ่นโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบเมล็ดพันธุ์อุตสาหกรรม

พืชตระกูลถั่วจำนวนมากยังช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศผ่านจุลินทรีย์บริเวณราก โดยสามารถเติมไนโตรเจนกลับคืนสู่ดินได้ตั้งแต่ประมาณ 5–48 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและสภาพแวดล้อมขึ้นอยู่กับชนิดพืชและสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรได้อย่างมีนัยสำคัญ (FAO, 2019)

งานวิจัยจำนวนมากยังพบว่า “พืชกำพร้า” หรือพืชอาหารท้องถิ่นหรือพืชดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางโภชนาการและนิเวศสูง แต่ถูกละเลยจากระบบเกษตรอุตสาหกรรม งานวิจัย และตลาดโลก เช่น ถั่วพุ่มคาวพี (cowpea) ถั่วมะแฮะ (pigeon pea) ถั่วบัมบารา (bambara groundnut) และลูกเดือยโบราณ (millet) สามารถใช้น้ำน้อยกว่าพืชเชิงเดี่ยวหลักหลายชนิด และยังคงให้ผลผลิตได้ในสภาพแห้งแล้งหรือดินเสื่อมโทรม โดยบางชนิดสามารถเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนต่ำกว่า 300–500 มิลลิเมตรต่อปี (Mabhaudhi et al., 2019; FAO, 2023) ขณะเดียวกัน พืชตระกูลถั่วยังเป็นแหล่งโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และใยอาหารสำคัญของประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะในชุมชนชนบทของเอเชียและแอฟริกา

ในโลกที่กำลังเผชิญวิกฤตภูมิอากาศ คุณค่าของพืชเหล่านี้จึงเชื่อมโยงพร้อมกันทั้งเรื่องโภชนาการ ความหลากหลายทางชีวภาพ สุขภาพของดิน และความยืดหยุ่นของระบบอาหาร สิ่งที่ชุมชนจำนวนมากรักษาเอาไว้มานาน อาจกลายเป็นส่วนสำคัญของการปรับตัวต่ออนาคตที่ผันผวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

อนาคตของอาหารกำลังกลายเป็นสนามแข่งขันระหว่างสองจินตนาการของโลก

ปัจจุบัน เงินลงทุนจำนวนมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ทั้งโปรตีนสังเคราะห์ การหมักแม่นยำ และเนื้อเพาะเลี้ยงจากห้องแล็บ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ซึ่งมองว่าเทคโนโลยีอาหารจะเป็นส่วนสำคัญของการรับมือวิกฤตภูมิอากาศและความมั่นคงอาหาร Global Food Institute ประเมินว่า เงินลงทุนในธุรกิจโปรตีนทางเลือกทั่วโลกเคยสูงกว่า 1.8 แสนล้านบาทต่อปีในช่วงที่ตลาดเติบโตสูงสุด ขณะที่หลายบริษัทเทคโนโลยีอาหาร (food tech) ได้รับการประเมินมูลค่าในระดับหลายแสนล้านบาท (GFI, 2025) อาหารแห่งอนาคตในภาพนี้เต็มไปด้วยโปรตีนสังเคราะห์ การหมักแม่นยำ ห้องแล็บชีวภาพ และระบบควบคุมห่วงโซ่อาหารระดับโลก

ขณะเดียวกัน อีกแนวทางหนึ่งกำลังเติบโตผ่านระบบเกษตรนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และการกระจายอำนาจการผลิตอาหารในระดับชุมชน รายงานของ IPES-Food และ FAO จำนวนมากเริ่มชี้ว่า ระบบอาหารที่หลากหลายสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นต่อภัยแล้ง โรคระบาด และความผันผวนของภูมิอากาศได้ดีกว่าระบบเกษตรเชิงเดี่ยวในหลายพื้นที่ ทั้งสองแนวทางกำลังแข่งขันกันอยู่ในระดับนโยบาย เงินลงทุน และการกำหนดอนาคตของระบบอาหารโลก บางประเทศกำลังอัดฉีดงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาอาหารจากห้องแล็บ ขณะที่ชุมชนจำนวนมากทั่วโลกยังคงรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านและระบบอาหารที่พึ่งพาความหลากหลายของธรรมชาติเอาไว้ อนาคตของอาหารจึงเกี่ยวข้องทั้งกับเทคโนโลยี อำนาจทางเศรษฐกิจ และคำถามว่า โลกต้องการระบบอาหารที่รวมศูนย์มากขึ้น หรือระบบอาหารที่กระจายความหลากหลายและความยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะยาว

วิกฤตภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนความหมายของคำว่า “อาหาร”

วิกฤตอาหารในศตวรรษที่ 21 จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการผลิตอาหารให้มากขึ้นอีกต่อไป แต่กำลังเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติทั้งหมด ระบบอาหารสมัยใหม่ทำให้มนุษย์สามารถควบคุมการผลิตได้ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกันกลับทำให้ผู้คนห่างไกลจากดิน ฤดูกาล เมล็ดพันธุ์ และภูมิประเทศที่หล่อเลี้ยงชีวิตของตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ อาหารจำนวนมากกำลังกลายเป็นผลผลิตของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและการคำนวณประสิทธิภาพ มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ

การถกเถียงเรื่องโปรตีนพืชจึงสะท้อนบางสิ่งที่ลึกกว่าการเลือกบริโภค เพราะว่าทิศทางของโลกอนาคตจะตั้งอยู่บนความหลากหลายของชีวิต หรือการรวมศูนย์การควบคุมทรัพยากรไว้ในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และในยุคที่ภูมิอากาศผันผวนมากขึ้นทุกปี

ความมั่นคงอาหารของโลกจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่ว่าเรายังรักษาความหลากหลาย ความสัมพันธ์ และภูมิปัญญาที่ทำให้ระบบอาหารสามารถปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใดด้วย


เอกสารอ้างอิง

  • · FAO. (1999). The State of the World’s Plant Genetic Resources for Food and Agriculture. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.
  • · FAO. (2013). Tackling Climate Change Through Livestock: A Global Assessment of Emissions and Mitigation Opportunities. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.
  • · FAO. (2015). Status of the World’s Soil Resources (SWSR) – Main Report. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.
  • · FAO. (2019). The State of the World’s Biodiversity for Food and Agriculture. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.
  • · FAO. (2023). Millets and Other Ancient Grains for Sustainable Agrifood Systems. Rome: Food and Agriculture Organization of the United Nations.
  • · Good Food Institute (GFI). (2025). State of the Industry Report: Plant-Based Meat, Seafood, Eggs, and Dairy. Washington, DC: Good Food Institute.
  • · IPCC. (2022). Climate Change 2022: Impacts, Adaptation and Vulnerability. Contribution of Working Group II to the Sixth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change. Cambridge University Press.
  • · Mabhaudhi, T., Chibarabada, T., Chimonyo, V. G. P., Murugani, V. G., Pereira, L. M., Sobratee, N., Govender, L., Slotow, R., & Modi, A. T. (2019). Mainstreaming underutilized indigenous and traditional crops into food systems: A South African perspective. Sustainability, 11(1), 172.
  • · Poore, J., & Nemecek, T. (2018). Reducing food’s environmental impacts through producers and consumers. Science, 360(6392), 987–992.
  • · Reuters. (2025). Global food companies expand investment in plant-based and alternative proteins amid climate concerns. Reuters Business & Climate News.
  • · Reuters. (2026). Danone acquires Huel as plant-based and future food markets continue expanding. Reuters Business News.
  • · United States Department of Agriculture (USDA). (2024). Oilseeds: World Markets and Trade. Washington, DC: United States Department of Agriculture.· WWF. (2022). Soy and Deforestation: The Impact of Soy Production on Forests and Other Natural Ecosystems. Gland, Switzerland: World Wide Fund for Nature.
Scroll to Top