Social Share

เขียนโดย Rebecca Ratcliffe
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2021
แปลและเรียบเรียงโดย ปิโยรส ปานยงค์
ภาพประกอบโดย Lauren DeCicca/The Guardian

บทสัมภาษณ์คุณ มนัส บุญพยุง จากจังหวัดสมุทรสงคราม

ผมทำสวนมาตลอดชีวิต เริ่มตั้งแต่อายุ 7 ขวบก็ได้ช่วยทำงานในสวนส้มของที่บ้าน งานทำสวนในตัวของมันเองนั้นไม่ยาก แต่อุปสรรคต่างๆ ที่ผมได้ประสบนั้นมักเป็นปัญหาที่ไม่คาดคิดและควบคุมไม่ได้

อันดับแรกเลยคือน้ำ สวนของผมตั้งอยู่ในอำเภอบางคนที ติดชายฝั่งทะเล ต้องการน้ำจืดสำหรับปลูกส้มโอ มะพร้าว และลิ้นจี่

ภาวะโลกร้อนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และระดับน้ำจืดลดลงอย่างมากเพราะฝนตกน้อยลง และระดับน้ำในเขื่อนก็ลดลง และมีปริมาณไม่เพียงพอต่อพืชสวนหรือไม่พอที่จะดันน้ำเค็มกลับลงไปในทะเล ทำให้สภาพน้ำในสวนกลายเป็นน้ำกร่อย สถานการณ์ในปีนี้แย่กว่าปีที่แล้ว เดือนนี้ทั้งเดือนผมหาน้ำจืดไม่ได้เลย เราพยายามขุดคูส่งน้ำให้ลึกขึ้น ซึ่งเครือข่ายคูส่งน้ำเหล่านี้มีอยู่ประมาณ 366 คูทั่วทั้งสมุทรสงคราม

ตอนนี้การขุดคูกลายเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นประจำไปแล้วทุกเดือน แต่เราก็ยังได้น้ำไม่พอต่อการใช้สอยในสวน

การขาดน้ำส่งผลต่อคุณภาพและราคาของผลไม้ ถึงแม้ว่าน้ำที่เค็มขึ้นจะทำให้มะพร้าวของผมงอกงามและหวานขึ้น แต่ไม้ส่วนใหญ่ในสวนของผมเป็นส้มโอ ส้มโอเป็นผลไม้ที่ควรมีน้ำมาก

ตอนนี้เราได้แต่ส้มโอผลเล็กและรสชาติแปลกไป ตามปกติแล้วส้มโอลูกหนึ่งจะหนักประมาณ 1.5-1.6 กิโลกรัม แต่ถ้าขาดน้ำ น้ำหนักจะลดลงเหลือ 1.2 กิโลกรัม

ตามปกติแล้วชาวสวนจะขายส้มโอได้ราคา 45 บาทต่อกิโลกรัม แต่เมื่อส้มโอลูกเล็กลงก็จะขายได้เพียง 20 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ทำให้บางสวนเลิกปลูกส้มโอไปแล้ว

ผมเองก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน เดิมทีผมมีลิ้นจี่อยู่ประมาณ 100 ต้น ตอนนี้ลดลงเหลือแค่ 28 ต้น ลิ้นจี่เป็นผลไม้ท้องถิ่นของสมุทรสงคราม

แต่ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาชาวสวนพบว่าปลูกลิ้นจี่ได้ยากขึ้น อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลได้สร้างโรงไฟฟ้าจำนวนหลายโรงขึ้นในบริเวณใกล้เคียง พวกเราชาวท้องถิ่นสามารถบอกได้เลยว่าอากาศในจังหวัดสมุทรสงครามร้อนขึ้นมาก

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือแมลงศัตรูพืช ถึงแม้ว่าแมลงศัตรูพืชจะมีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันนี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล อย่างด้วงมะพร้าวที่กินต้นมะพร้าวจนยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก แม้ว่ามะพร้าวจะไม่ใช่แหล่งรายได้หลักของผม แต่ก็เริ่มตายลงไป 3-4 ต้นแล้ว และกำลังจะตายอีกเป็นสิบต้น

ยิ่งไปกว่านั้นคือพายุ ปีนี้มีครอบครัวจำนวน 24 ครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหาย เราไม่เคยเห็นพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาเป็นสิบปีแล้ว

ผมกังวลมากเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ คนรุ่นลูกรุ่นหลานของเราอาจไม่ต้องการเป็นชาวนาชาวสวนกันแล้ว เพราะเห็นปัญหาพวกนี้รอพวกเขาอยู่ (จบ)


อ้างอิง : https://www.theguardian.com/environment/2021/nov/11/children-may-not-want-to-be-farmers-living-on-the-frontline-of-global-heating?fbclid=IwAR0_xhBThSfm863yZxO4YlDULsK8ztM489Z-kva7fiHvCOsThXczZD39IH8


Social Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น